THE INNOVATION DILEMMA — เส้นทางที่แตกต่างของนวัตกรรม

องค์กรส่วนใหญ่ต้องเผชิญกับทางเลือกเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญระหว่าง
“การพัฒนาทีละน้อย (Incremental Innovation)” กับ “การเปลี่ยนแปลงแบบพลิกโฉม (Disruptive Innovation)”

การปรับปรุงแบบค่อยเป็นค่อยไปมักให้ความรู้สึกปลอดภัย แต่ผลลัพธ์กลับลดลงเรื่อย ๆ
แต่ละครั้งที่อัปเกรด คุณได้เปรียบทางการแข่งขันน้อยลงทุกที
ในทางตรงกันข้าม นวัตกรรมแบบพลิกเกมดูน่าตื่นเต้นและให้โอกาสเติบโตแบบก้าวกระโดด แต่ก็เต็มไปด้วยความเสี่ยงและความไม่แน่นอนจากการยอมรับของตลาด

แต่ยังมี “ทางที่สาม” — เส้นทางที่ช่วยสร้าง ความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืน
ด้วยการสร้าง ระบบนิเวศของนวัตกรรม (Innovation Ecosystem) ที่เชื่อมโยงสิ่งที่องค์กร “ทำได้ดีอยู่แล้ว” เข้าด้วยกันอย่างมีระบบ

แนวทางที่สามนี้ บุกเบิกโดยบริษัทอย่าง LEGO, Apple และ Amazon สังเกตได้ว่า พวกเขาไม่จำเป็นต้องละทิ้งจุดแข็งหลักขององค์กร หรือเสี่ยงเดิมพันกับตลาดที่ยังไม่มีหลักฐานความสำเร็จ
แต่คือการ “ขยายพลังของสิ่งที่ทำได้ดีที่สุด” ให้ยิ่งใหญ่ขึ้นผ่าน นวัตกรรมที่สอดประสานกันอย่างมีกลยุทธ์

Rasmussen Consulting Thailand: Discovering the Third Way of Innovation through The LEGO SERIOUS PLAY method

แนะนำแนวคิด The Third Way

แนวคิด The Third Way มาจาก David Robertson ศาสตราจารย์ประจำ Wharton School และผู้เขียนหนังสือ The Power of Little Ideas: A Low-Risk, High-Reward Approach to Innovation

เกิดขึ้นจากการศึกษาวิจัยอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับการพลิกฟื้นธุรกิจของ LEGO® ที่เขาได้ค้นพบว่า ความสำเร็จของ LEGO ไม่ได้เกิดจาก “นวัตกรรมพลิกเกมเพียงครั้งเดียว” แต่เกิดจากการสร้าง ระบบนิเวศของนวัตกรรมที่เชื่อมโยงกัน รอบ ๆ ผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท — นั่นคือ “ตัวต่อเลโก้ (the brick)

การวิจัยของเขาได้เปิดเผยว่า แนวทางที่สามนี้เป็นระบบที่ องค์กรใด ๆ ก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง

ในเวลาต่อมา Robert Rasmussen ผู้ออกแบบกระบวนการ LEGO® SERIOUS PLAY® Method ได้ร่วมมือกับ Robertson เพื่อพัฒนา Learning Lab ขึ้นมาเป็นพิเศษ ที่ผสานแนวคิดของ The Third Way เข้ากับกระบวนการ LSP® ช่วยให้องค์กรสามารถ ค้นพบและสร้างระบบนิเวศแห่งนวัตกรรมของตนเอง ผ่านการเรียนรู้เชิงปฏิบัติจริงในเวิร์กชอปแบบมีส่วนร่วม

The Third Way of Innovation หมายถึง “การออกแบบ พัฒนา และส่งมอบชุดนวัตกรรมที่หลากหลายแต่เกื้อหนุนกันกับผลิตภัณฑ์หรือบริการหลัก โดยนวัตกรรมเหล่านี้ทำงานร่วมกันเพื่อสานต่อคำมั่นทางธุรกิจเดียวกัน (Single Business Promise) และอยู่ภายใต้การบริหารจัดการอย่างใกล้ชิดและเป็นศูนย์กลาง

แนวทางที่สาม (The Third Way) มอบข้อได้เปรียบที่แตกต่างอย่างชัดเจน คือ มีความเสี่ยงต่ำกว่าการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกโฉม (Disruption) มีอัตราการเติบโตสูงกว่าการพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไป (Incrementalism) และ สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืน ผ่าน ระบบนิเวศแบบบูรณาการ (Integrated Ecosystem) ที่คู่แข่งไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ง่าย

แนวทางนี้ตั้งอยู่ระหว่างสองกลยุทธ์ที่เราคุ้นเคยดี ได้แก่

  • นวัตกรรมแบบค่อยเป็นค่อยไป (Incremental Innovation): การทำให้สินค้าหรือบริการเดิม “ดีกว่า เร็วกว่า ถูกกว่า”
  • นวัตกรรมแบบพลิกโฉม (Disruptive Innovation): การสร้างตลาดใหม่ทั้งหมด หรือการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาประยุกต์ใช้

แนวทางที่สาม (The Third Way) ใช้ประโยชน์จากสิ่งที่องค์กรทำได้ดีอยู่แล้ว พร้อมกับการวางแผนสร้างนวัตกรรมเสริมรอบด้าน เพื่อ ยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าโดยรวม และ สร้างอิทธิพลแบบเครือข่าย (Network Effects) ให้เกิดขึ้นระหว่างผลิตภัณฑ์และบริการทั้งหมดขององค์กร

เรื่องราวของ LEGO: จากวิกฤติสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ

เส้นทางของ LEGO คือภาพสะท้อนที่สมบูรณ์แบบของทั้ง “ความเสี่ยงจากการหลงทิศทางเชิงกลยุทธ์” และ “พลังของแนวทางที่สาม (The Third Way)”

เกือบล้มละลาย (THE NEAR-BANKRUPTCY)

นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี 1932 — LEGO เติบโตอย่างมั่นคงตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา
แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงต้น ทศวรรษ 2000 บริษัทกลับเผชิญวิกฤติทางธุรกิจอย่างรุนแรง — ทั้งที่ในเวลานั้น LEGO กำลังพยายามสร้างนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องและเต็มที่

ปัญหาหลักคือ “นวัตกรรมแต่ละอย่างเติบโตแยกส่วน” โดยขาดการเชื่อมโยงกับหัวใจสำคัญของแบรนด์ ได้แก่

  • สวนสนุกของ LEGO ดำเนินงานอย่างอิสระ ไม่เชื่อมโยงกับสินค้าหลักอย่างตัวต่อ (core brick)
  • เสื้อผ้าและสินค้าไลฟ์สไตล์ไม่ได้ช่วยเสริมประสบการณ์ของแบรนด์
  • วิดีโอเกมถูกพัฒนาแยกจากผลิตภัณฑ์จริง
  • ร้านค้าปลีกทำหน้าที่เพียง “ช่องทางจำหน่าย” ไม่ได้สร้างประสบการณ์เฉพาะของ LEGO
  • จำนวนชุดของเล่นเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่กำไรกลับลดลง (จนบางปีขาดทุน)

นวัตกรรมทั้งหมดนี้ถูกดำเนินการ ในลักษณะต่างคนต่างทำ (silo)
ไม่มี “คำมั่นทางธุรกิจ (Business Promise)” เดียวกัน
และแทบไม่เหลือการเชื่อมโยงกับ “Crown Jewel” ที่เป็นระบบตัวต่ออันเป็นเอกลักษณ์ของ LEGO

บริษัทที่เคยเป็นผู้คิดค้นระบบตัวต่อที่เชื่อมต่อกัน (Interlocking Brick System)
กลับลืมหลักการสำคัญของตนเองไป — และกำลังยืนอยู่บน ขอบเหวของการล้มละลาย

การพลิกฟื้น (THE TURNAROUND)

Rasmussen Consulting Thailand: The Third Way of Innovation
Rasmussen Consulting Thailand: The Third Way of Innovation

การสร้างระบบนิเวศ (BUILDING THE ECOSYSTEM)

เมื่อ LEGO ได้กำหนดชัดเจนแล้วว่า “Crown Jewel” และ “Business Promise” คืออะไร … บริษัทจึงเริ่มสร้างการเติบโตใหม่อีกครั้ง — โดยออกแบบ นวัตกรรมเสริม (Complementary Innovations) ที่หมุนรอบหัวใจหลักของแบรนด์

  • LEGO Movies – ทำให้ “เรื่องราวที่สร้างด้วยตัวต่อ” มีชีวิตขึ้นจริง เด็ก ๆ ที่ได้ชมภาพยนตร์อยากกลับไปสร้างการผจญภัยของตัวเอง ส่วนคนที่ชอบต่อ LEGO ก็รอคอยที่จะได้เห็นตัวละครของตนในเรื่องราวที่ใหญ่กว่าเดิม
  • LEGO Education – เปลี่ยนการต่อ LEGO ให้กลายเป็น “การเรียนรู้อย่างมีโครงสร้าง” สอนคณิตศาสตร์ผ่านอัตราทดเฟือง (Gear Ratios), สอนฟิสิกส์ผ่านการสร้างสะพาน, และสอนการเขียนโปรแกรมผ่านหุ่นยนต์
  • LEGOLAND Theme Parks – กลายเป็นประสบการณ์เสมือนหลุดเข้าไปใน “โลกที่สร้างจากตัวต่อ” ขนาดมหึมา สวนสนุกสร้างแรงบันดาลใจให้กลับไปต่อที่บ้าน และการต่อที่บ้านก็สร้างแรงอยากเห็นสิ่งใหม่ ๆ ที่สวนสนุก
  • LEGO Digital Experiences – ขยายประสบการณ์การเล่นแบบกายภาพ แทนที่จะมาแทนที่กัน LEGO สร้างแอป เกม และแพลตฟอร์มโซเชียลที่ช่วย “สานต่อเรื่องราว” ที่เริ่มต้นจากชุดตัวต่อจริง
  • LEGO SERIOUS PLAY – เปลี่ยน LEGO จากของเล่นให้กลายเป็น “เครื่องมือคิดเชิงกลยุทธ์” สำหรับองค์กรธุรกิจ เพราะการใช้มือสร้างโมเดลช่วยเปิดมุมมองและแนวคิดที่การสนทนาแบบเดิมไม่สามารถเข้าถึงได้
RCTHAILAND _ LEGO THE ECOSYSTEM

แนวทางที่สามของนวัตกรรม (The Third Way of Innovation): ขับเคลื่อนด้วย LEGO SERIOUS PLAY

  • D1 – DEFINE: อะไรคือ Crown Jewel ของคุณ?
    ระบุสิ่งที่เป็น “สินค้าหรือบริการที่ลูกค้าเชื่อถือแล้ว” ของธุรกิจ ที่ลูกค้าไว้วางใจอยู่แล้ว สิ่งนี้ ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด หรือ ภาพลักษณ์ในอุดมคติ, แต่คือสิ่งที่องค์กรของคุณ “ทำได้ดีอย่างสม่ำเสมอ” และเป็นจุดแข็งที่แท้จริง
    สำหรับ LEGO อัญมณีของพวกเขาไม่ใช่ตัวแบรนด์ แต่คือ ตัวต่อ (the brick) นั่นเอง
  • D2 – DECIDE: คำมั่นทางธุรกิจของคุณคืออะไร (Business Promise)?
    กำหนดให้ชัดเจนว่า “ลูกค้าจ้างคุณมาเพื่อทำอะไร” ไม่ใช่คำขวัญทางการตลาด หรือข้อความในพันธกิจองค์กร แต่คือ “เป้าหมายแท้จริง” ที่ลูกค้าต้องการบรรลุเมื่อเลือกใช้บริการของคุณ
    สำหรับ LEGO คำตอบคือ “การต่อสร้างสรรค์ที่ขับเคลื่อนด้วยเรื่องราว (Story-driven Creative Construction)” — ซึ่งสะท้อน “ความหมายที่ลึกซึ้ง” เบื้องหลังการซื้อของเล่นแต่ละชิ้น
  • D3 – DESIGN: ต้องมีนวัตกรรมเสริมแบบใดบ้าง (Complementary Innovations)?
    วางแผน “เส้นทางประสบการณ์ของลูกค้า (Customer Journey)” และระบุนวัตกรรมที่ช่วยลดอุปสรรคในแต่ละจุด พร้อมทั้ง “เสริมพลังให้คำมั่นทางธุรกิจของคุณแข็งแกร่งขึ้น”
    LEGO ไม่ได้เพียงแค่เพิ่มสินค้าหรือบริการ แต่สร้าง ระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่ทุกองค์ประกอบ “ช่วยเพิ่มคุณค่าของประสบการณ์โดยรวม”
  • D4 – DELIVER: จะบริหารการดำเนินการอย่างไรให้เชื่อมโยงกัน (Coordinated Implementation)?
    สร้าง “ศูนย์กลางการบริหารจัดการ” เพื่อป้องกันไม่ให้นวัตกรรมแต่ละแผนกแยกตัวออกจากกันจนขาดเอกภาพ
    การฟื้นตัวของ LEGO เกิดขึ้นได้เพราะมี โฟกัสที่เฉียบขาด (Ruthless Focus) พวกเขาตัดทิ้งนวัตกรรมอื่นที่ “ไม่สอดคล้องกับคำมั่นหลักของแบรนด์” แม้ว่าสิ่งนั้นจะมีศักยภาพสูงเพียงใดก็ตาม

LEGO® SERIOUS PLAY® ขับเคลื่อนให้เกิด THE THIRD WAY ได้อย่างไร

การเข้าใจกรอบแนวคิดเชิงกลยุทธ์เป็นเพียง “จุดเริ่มต้น”
แต่การสร้าง “ความมุ่งมั่นร่วมกันทั่วทั้งองค์กร” คืออีกเรื่องหนึ่งโดยสิ้นเชิง

การวางแผนกลยุทธ์แบบดั้งเดิมมักล้มเหลว เพราะการสนทนาเชิงนามธรรมมักถูกตีความต่างกันในแต่ละคนแต่ละแผนกก็พยายาม “ปกป้องพื้นที่ของตนเอง” เสียงของคนที่พูดเก่งหรือมีตำแหน่งสูงกว่ามักครอบงำการตัดสินใจ ขณะที่ “มุมมองสำคัญจากคนอื่น” กลับไม่เคยถูกได้ยินเลย

วิธีการ LEGO® SERIOUS PLAY® (LSP) เข้ามาแก้ข้อจำกัดเหล่านี้ เพราะในกระบวนการนี้ ทุกคนได้สร้าง (Build) และ ทุกคนได้แบ่งปัน (Share)

เมื่อทีม “ลงมือสร้าง Crown Jewel” ด้วยมือของตัวเอง พวกเขาจะค้นพบมิติที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยคำพูดเพียงอย่างเดียว เมื่อทุกคนร่วมกัน “สร้างแบบจำลองของคำมั่นทางธุรกิจ (Business Promise)” ความเข้าใจร่วมกันก็เริ่มก่อตัวขึ้น และเมื่อพวกเขา “จำลองระบบนิเวศทางธุรกิจในรูปแบบสามมิติ” ทุกอย่างก็กลายเป็นภาพที่จับต้องได้จริง

LEGO จึงได้กลายเป็น “ภาษากลางของการสื่อสารเชิงกลยุทธ์”

  • มีหน่วยงานกลางในการประสานงาน (Central Coordination): นวัตกรรมทุกอย่างของ LEGO เชื่อมโยงเข้าหา “คำมั่นทางธุรกิจเดียวกัน” คือ การต่อสร้างสรรค์ที่ขับเคลื่อนด้วยเรื่องราว (Story-driven Creative Construction) ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญการตลาด การเปิดตัวสินค้า ประสบการณ์ในสวนสนุก หรือโครงการดิจิทัล ทุกส่วนต่างช่วยเสริมพลังให้ข้อความนี้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
  • เกิดอิทธิพลจากเครือข่าย (Network Effects): นวัตกรรมแต่ละอย่างนั้นต้อง “เพิ่มมูลค่าให้กันและกัน”เช่น ภาพยนตร์ช่วยกระตุ้นยอดขายชุดตัวต่อ ชุดตัวต่อสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดโปรแกรมการศึกษา การศึกษาเพาะบ่มนักต่อรุ่นใหม่ตลอดชีวิต สวนสนุกสร้างความผูกพันกับแบรนด์ และโลกดิจิทัลช่วยขยายประสบการณ์การเล่นทางกายภาพให้ยาวนานขึ้น เป็นต้น
  • ทำให้ลูกค้าไม่อาจหนีไปจากเรา (Customer Lock-in): ระบบนิเวศทั้งหมดสร้าง “ต้นทุนในการเปลี่ยนแบรนด์” ที่สูงกว่าผลิตภัณฑ์อื่นใด เมื่อลูกค้าได้ลงทุนในโลกของ LEGO แล้ว ไม่ว่าจะเป็นด้าน ทางกายภาพ ดิจิทัล และอารมณ์ เมื่อเขาออกไปจากระบบนิเวศของเรา ไปใช้สิ่งอื่น ๆ จะเริ่มรู้สึก “ไม่สมบูรณ์” อีกต่อไป
  • สร้างความได้เปรียบอย่างยั่งยืน (Sustainable Advantage): คู่แข่งอาจลอกเลียนนวัตกรรมบางอย่างได้ แต่การสร้าง “ระบบนิเวศที่ประสานกันอย่างลงตัวทั้งองค์กร” เป็นสิ่งที่เลียนแบบได้ยากมาก

The Third Way จึงเป็นแนวทางที่เหมาะที่สุดสำหรับองค์กรที่ “มั่นคงแล้ว” และต้องการสร้าง “ความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืน” ผ่าน “ระบบนิเวศของนวัตกรรมที่เชื่อมโยงกันอย่างมีกลยุทธ์”


เรามาก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน (MOVING FORWARD TOGETHER)

ความสำเร็จเชิงกลยุทธ์ต้องอาศัยทั้ง ความชัดเจน (Clarity) และ ความร่วมมือ (Collaboration)
กลยุทธ์ที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ “ทีมได้คิดและสร้างไปพร้อมกัน” ซึ่งจะนำไปสู่ “ความเข้าใจร่วมกันอย่างแท้จริง” ทั่วทั้งองค์กร

เมื่อองค์กรนำ แนวทางที่สาม (The Third Way) มาผสานกับ กระบวนการ LEGO® SERIOUS PLAY® “กลยุทธ์” จะไม่ใช่แค่แผนที่อยู่บนกระดาษอีกต่อไป — แต่มันจะกลายเป็น ความได้เปรียบในการแข่งขันที่จับต้องได้จริง (Tangible Competitive Advantage)

” นวัตกรรมไม่ได้หมายถึงการพูดว่า ‘ใช่’ กับทุกสิ่ง
แต่มันคือการกล้าพูดว่า ‘ไม่’ กับทุกอย่าง
ยกเว้นสิ่งที่สำคัญที่สุดเท่านั้น ”

Steve Jobs

Unlock Creativity • Uncover Insights • Unleash Potential

Rasmussen Consulting Thailand

Contact: Rasmussen Consulting Thailand
Contact: Rasmussen Consulting Thailand